คลอโรฟิลล์ (Chlorophyll) สารสกัดจากพืช

คลอโรฟิลล์ (Chlorophyll) สารสกัดจากพืช

Chlorophyll.gif

คลอโรฟิลล์ (Chlorophyll) เป็นสารประกอบอินทรีย์ที่พบได้ทั่วไปในทุกส่วนที่เป็นสีเขียวของพืช มักพบมากในใบ และในส่วนอื่นๆ เช่น ลำต้น กิ่ง ดอก ผล และรากที่มีสีเขียว โดยเฉพาะในพืชตระกูลผักที่มีสีเขียวเกือบทุกส่วน นอกจากนั้น ยังพบได้ในสาหร่ายทุกชนิด และแบคทีเรียบางชนิด

คลอโรฟิลล์เป็นสารสำคัญในพืชที่ทำหน้าที่รับพลังงานแสงจากดวงอาทิตย์เพื่อไปใช้ในการสร้างพลังงานในกระบวนการสังเคราะห์แสงเพื่อสร้างสารอินทรีย์ เช่น น้ำตาล คลอโรฟิลล์เป็นสารที่ดูดกลืนแสงในช่วงแสงสีฟ้า และสีแดง และดูดกลืนแสงสีเหลือง และสีเขียวได้น้อย ดังนั้น เราจึงมองเห็นใบพืชมีสีเขียวได้ เนื่องจากคลอโรฟิลล์ดูดกลืนแสงสีฟ้า และสีแดงไว้ ส่วนแสงสีเขียวจะสะท้อนออกมาทำให้ตามองเห็น

Chlorophyll.gif

องค์ประกอบสำคัญคลอโรฟิลล์จะประกอบด้วยธาตุไนโตรเจน (N) ดังนั้น ถ้าในดินขาดธาตุธาตุไนโตรเจนจะทำให้พืชขาดคลอโรฟิลล์ด้วย ทำให้การสังเคราะห์แสงของพืชลดลง พืชมีการเจริญเติบโตน้อย ลำต้นแคระแกร็น ใบหยิกงอ หากขาดมากจะทำให้พืชหยุดการเจริญเติบโต และตายได้ นอกจากนี้ ยังพบธาตุอื่นที่มีความจำเป็นต่อการสร้างคลอโรฟิลล์ เช่น เหล็ก (Fe)

Chlorophyll1

คลอโรฟิลล์ที่พบในธรรมชาติพบได้ในพืชหลายชนิด ทำให้คลอโรฟิลล์ที่พบมีความแตกต่างกัน แต่จะมีโครงสร้างที่เหมือนกัน คือ ประกอบด้วยวงแหวนไพรอล (Pyrrole ring) จำนวน 4 วง ส่วนที่ทำให้แตกต่างกัน คือ คลอโรฟิลล์ที่ต่างกันจะมีโซ่ข้าง (Side Chain) ที่แตกต่างกัน เช่น โครงสร้างโมเลกุลของคลอโรฟิลล์ เอ (Chlorophyll a) และคลอโรฟิลล์ บี (Chlorophyll b) จะแตกต่างกันที่ตำแหน่งวงแหวนไพรอล ตำแหน่งที่ 3 (Carbon C-3) นับจากตำแหน่งอะตอมไนโตรเจนล่างสุดเวียนขึ้นด้านบน โดยโซ่ต่อด้านข้างคลอโรฟิลล์ เอ เป็นหมู่เมททิล (-CH3) ส่วนโซ่ต่อด้านข้างของคลอโรฟิลล์ บี เป็นหมู่อัลดีไฮด์ (-CHO) ทำให้โมเลกุลของคลอโรฟิลล์ เอ มีขั้ว จึงละลายในสารละลายที่มีขั้ว เช่น น้ำ และเมทิลแอลกอฮอล์ ได้ดีกว่าคลอโรฟิลล์ บี มีหมู่อัลดีไฮด์ที่ไม่มีขั้ว จึงละลายได้ดีในสารที่ไม่มีขั้ว เช่น อีเทอร์ และคีโตน เป็นต้น นอกจากนี้ ยังทำให้สีที่มองเห็นแตกต่างกัน คือ คลอโรฟิลล์ เอ จะมีสีเขียวเข้ม ส่วนคลอโรฟิลล์ บี จะมีสีเขียวอ่อน
คลอโรฟิลล์ เอ และคลอโรฟิลล์ บี จะพบได้ในพืชที่มีสีเขียว มีอัตราส่วนคลอโรฟิลล์ เอ : คลอโรฟิลล์ บี ที่ 3:1
Chlorophyll1
ที่มา : ภาคภูมิ, 2550.(1)
สูตรโครงสร้างโมเลกุลของคลอโรฟิลล์จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนหัว ที่ประกอบด้วยวงแหวนไพรอล (Pyrrole ring) โดยมีไนโตรเจน และแมกนีเซียมเชื่อมพันธะเป็นองค์ประกอบอยู่ตรงกลาง และส่วนที่ 2 คือ ส่วนหางที่มีไฮโดรคาร์บอนสายยาว เรียกว่า ไฟทอล (Phytol)
จากสูตรโมเลกุลของคลอโรฟิลล์ที่เหมือนกัน พบว่า ในองค์ประกอบของโมเลกุลจะมีไนโตรเจนจำนวน 4 อะตอม จึงถือได้ว่าธาตุไนโตรเจนมีความสำคัญต่อการสร้างสารสีเขียวของคลอโรฟิลล์สำหรับการเจริญเติบโตของพืชเป็นอย่าง ยิ่ง
ชนิดคลอโรฟิลล์
1. Chlorophyll a
– สูตรโมเลกุล : C55H72O5N4Mg
– หมู่ C3 : -CH = CH2
– หมู่ C7 : -CH3
– หมู่ C8 : -CH2CH3
– หมู่ C17 : -CH2CH2COO-Phytyl
– พันธะ C17-C18 : เดี่ยว
– แหล่งที่พบ : พบได้ทั่วไป
2. Chlorophyll b
– สูตรโมเลกุล : C55H70O6N4Mg
– หมู่ C3 : -CH = CH2
– หมู่ C7 : -CHO
– หมู่ C8 : -CH2CH3
– หมู่ C17 : -CH2CH2COO-Phytyl
– พันธะ C17-C18 : เดี่ยว
– แหล่งที่พบ : ส่วนใหญ่พบในพืช
3. Chlorophyll c1
– สูตรโมเลกุล :
– หมู่ C3 : -CH = CH2
– หมู่ C7 : -CH3
– หมู่ C8 : -CH2CH3
– หมู่ C17 : -CH =CHCOOH
– พันธะ C17-C18 : คู่
– แหล่งที่พบ : สาหร่ายหลายชนิด
4. Chlorophyll c2
– สูตรโมเลกุล :
– หมู่ C3 : -CH = CH2
– หมู่ C7 : -CH3
– หมู่ C8 : -CH = CH2
– หมู่ C17 : -CH =CHCOOH
– พันธะ C17-C18 : คู่
– แหล่งที่พบ : สาหร่ายหลายชนิด
5. Chlorophyll d
 – สูตรโมเลกุล :
– หมู่ C3 : -CHO
– หมู่ C7 : -CH3
– หมู่ C8 : -CH2CH3
– หมู่ C17 : -CH2CH2COO-Phytyl
– พันธะ C17-C18 : เดี่ยว
– แหล่งที่พบ : แบคทีเรียที่สังเคราะห์ด้วยแสงได้ (Cyanobacteria)
การสังเคราะห์คลอโรฟิลล์ในพืช
การสังเคราะห์คลอโรฟิลล์เกิดขึ้นบริเวณคลอโรพลาสต์ (Chloroplast) ที่มีเยื่อหุ้ม 2 ชั้น ประกอบด้วย Matrix เรียกว่า สโทรมา (Stroma) มีโครงสร้างเป็นเยื่อหุ้ม 2 ชั้น ได้แก่ ชั้นไทราคอยด์ (Tyrokoid) และชั้นกรานา (Grana) โดยมีสโทรมอลไทราคอยด์ (Stromal tyrokoid) เป็นส่วนเชื่อมต่อระหว่างกัน นอกจากนี้ ยังประกอบด้วยโครงสร้างที่เป็นทรงกลมที่มีควิโนน (Quinone) จำนวนมาก และยังพบไรโบโซมดีเอ็นเอ และเม็ดแป้งที่ได้จากการสังเคราะห์แสง องค์ประกอบคลอโรพลาสต์ประกอบด้วยน้ำ 70–80% ส่วนที่เหลือจากน้ำทั้งหมดจะประกอบด้วยโปรตีน 60% ไขมัน 30–40% และสารสี 5–10%
การวัดคลอโรฟิลล์ในใบพืช
1. การวัดแบบทำลายใบ
การวัดคลอโรฟิลล์แบบทำลายใบ เป็นการวัดที่ต้องตัดส่วนของใบพืชมาวิเคราะห์การดูดซับแสงด้วยเครื่องสเปคโตรโฟโตมิเตอร์ในห้องปฏิบัติการ ด้วยการตัดใบพืชเป็นชิ้นเล็กๆ 1-2 เซนติเมตร แล้วเติมสาร Dimethyl Sulfoxide ประมาณ 7 มิลลิลิตร ปล่อยให้ใบพืชถูกย่อยที่อุณหภูมิ 65 องศาเซลเซียส จนเนื้อเยื่อเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีขาว หลังจากนั้น นำมากรองเอาสารละลายเข้าเครื่องวิเคราะห์การดูดซับแสงเพื่อคำนวณหาปริมาณคลอโรฟิลล์
2. การวัดแบบไม่ทำลายใบ
การวัดคลอโรฟิลล์แบบไม่ทำลายใบ เป็นวิธีที่นิยมในปัจจุบัน เนื่องจากสะดวก และประหยัดเวลา และค่าใช้จ่ายได้มาก การวัดจะใช้ปากคีบของเครื่อง คีบหนีบที่ใบพืช โดยให้ตำแหน่งหัววัดอยู่บริเวณส่วนกลางใบมากที่สุด และไม่ควรให้ตรงเส้นใบหรือก้านใบ
การสกัดคอลโรฟิลล์
คอลโรฟิลล์เป็นส่วนที่อยู่บริเวณลาเมลลาระหว่างเซลล์ออร์แกเนลล์ของพืช ที่เรียกว่า คลอโรพลาสต์ (Chloroplasts) โดยสามารถสกัดคอลโรฟิลล์ เอ ได้ด้วยตัวทำละลายอินทรีย์ที่มีขั้ว เช่น น้ำ เอทานอล เมทานอล อะซิโตน เอทิลอะซิเตท และไพริดิน เป็นต้น ส่วนคอลโรฟิลล์ บี สามารถสกัดได้ดีด้วยตัวทำละลายที่ไม่มีขั้ว เช่น อีเทอร์ และคีโตน
ประโยชน์ของคอลโรฟิลล์
ปัจจุบัน คลอโรฟิลล์ที่สกัดได้จากส่วนสีเขียวของพืชกำลังเป็นที่นิยมนำมารับประทาน เพื่อเป็นอาหารเสริมสำหรับสุขภาพเป็นอย่างมาก
1. ประโยชน์ต่อร่างกาย
– เป็นสารอาหารประเภทให้พลังงานแก่ร่างกาย ประกอบด้วยโปรตีน ไขมัน และคาร์โบไฮเดรต
– ช่วยเพิ่มปริมาณเม็ดเลือดแดง ป้องกันโรคโลหิตจาง
– ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทาน
– ช่วยป้องกันตับอักเสบ และเสริมการทำงานของตับ
– ช่วยป้องกันแผลอักเสบ และระงับเชื้อ
– ช่วยป้องกันโรคมะเร็งต่างๆ เช่น มะเร็งกระเพราะอาหาร มะเร็งลำไส้ เป็นต้น
– ช่วยให้มีระบบขับถ่ายที่ดีขึ้น
– ช่วยควบคุมความเป็นกรดในกระเพราะอาหาร และส่งเสริมการย่อยอาหาร
– ช่วยรักษาสมดุลจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ในระบบทางเดินอาหาร
– ป้องกันโรคท้องร่วง โรคติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร
– ช่วยในการดูดซึมน้ำ และแร่ธาตุในลำไส้
– ช่วยป้องกันโรคริดสีดวงทวารหนัก
– ช่วยลดกลิ่นตัวเหม็น
– ช่วยให้ผิวพรรณแลดูเปล่งปรั่งสดใส
– เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ทำให้แลดูอ่อนกว่าวัย
การรักษาสภาพคลอโรฟิลล์
1. การลวกหรือให้ความร้อน
การลวกผักหรือสมุนไพร เป็นการให้ความร้อนเพื่อให้เนื้อผักอ่อนนุ่ม แต่การลวกถือเป็นการให้ความร้อนที่มีน้ำเป็นตัวทำละลายทำให้คลอโรฟิลล์ละลายใน้ำออกมาในรูปของสารละลาย โดยสารละลายคลอโรฟิลล์สีเขียวที่ให้ความร้อนจะเป็นการฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ และการกำจัดคุณสมบัติของเอนไซม์บางชนิดที่ย่อยสลายคลอโรฟิลล์ทำให้สารละลายคลอโรฟิลล์สามารถเก็บไว้ได้นานขึ้น
2. การเติมด่าง
น้ำลวกผักหรือสารละลายคลอโรฟิลล์มักมีสภาพเป็นกรดเล็กน้อย ดังนั้น การเติมสารที่เป็นด่างจะช่วยปรับสภาพความเป็นกรด-ด่างให้เป็นกลาง ซึ่งจะช่วยป้องกันการเกิดฟีโอไฟตินของคลอโรฟิลล์ได้ เช่น การเติมแคลเซียมไฮดรอกไซด์ และแมกนีเซียมไฮดรอกไซด์ ซึ่งจะช่วยรักษาสภาพของสารสกัดให้คงสีเขียวของคลอโรฟิลล์เหมือนเดิมในระหว่างการเก็บรักษา
3. การเติมเอนไซม์
เอนไซม์ที่ใช้สำหรับรักษาสภาพของคลอโรฟิลล์ คือ เอนไซม์คลอโรฟิลเลสเพื่อเปลี่ยนสภาพคลอโรฟิลล์เป็นคลอโรฟิลล์ไลด์ที่สามารถละลายในน้ำได้ดีมากกว่าคลอโรฟิลล์
4. การเติมแร่ธาตุ
การเติมแร่ธาตุบางชนิด เช่น สังกะสีไอออน (Zn2+) และคอปเปอร์ไอออน (Cu2+) ในรูปของเกลือคลอไรด์ และซัลเฟต สามารถรักษาสภาพของคลอโรฟิลล์หรือสารสกัดคลอโรฟิลล์ได้นานขึ้น
เอกสารอ้างอิง
1. ภาคภูมิ พระประเสริฐ, 2550. สรีรวิทยาของพืช.
วิธีสังเกตุคลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ 100%

วิธีสังเกตุคลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ 100%

pic4
ให้ผสมน้ำตั้งไว้ 8 ชั่วโมง ถ้าสังเกตเห็นการตกตะกอนอยู่ที่ก้นแก้ว แสดงว่าไม่ใช่ ของแท้ อาจมีส่วนผสมของสารประกอบ เพราะคลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ 100% เต็ม ถ้าเรา ผสมทิ้งไว้ สามารถรวมเป็นเนื้อเดียวกันกับน้ำบริสุทธิ์ ได้โดยไม่ต้องเขย่า คลอโรฟิลล์ จะละลายไปในน้ำได้โดยอัตโนมัติ จนเต็มหมดทั้งภาชนะที่บรรจุ

คำถามที่พบบ่อยที่สุดของคลอโรฟิลล์แท้ 100 %

คำถามที่พบบ่อยที่สุดของคลอโรฟิลล์แท้ 100 %

1. ทำไมมนุษย์เป็นสัตว์กินพืช
โครงสร้างร่างกายของมนุษย์คล้ายสัตว์กินพืชจำพวกเลี้ยงลูกด้วยนม ซึ่งแตกต่างจากสัตว์ทีมีฟันแหลมคมพอที่จะกัดกินและฉีกเนื้อหนังกระดูกของ สัตว์ได้ ลำไส้ของมนุษย์ยาวมากเป็นเหมือนลักษณะของสัตว์กินพืชชั้นสูงส่วนสัตว์กิน เนื้อจะมีโครงสร้างที่มีการขับถ่ายที่เร็วที่สุดเหมือนกับมนุษย์

 intolleranze_alimentari

2. เพราะอะไรเนื้อสัตว์ จึงอันตราย
ในเนื้อสัตว์ มีไขมันสัตว์จะมีไขมันอิ่มตัวและคอเลสเตอรรอลสูง ซึ่งเป็นตัวการทำให้เกิดโรคหลอดเลือดอุดตันและหลอดเหลือผนังแข็งตัวและโรค หัวใจ คนส่วนใหญ่ที่ชอบรับประทานเนื้อสัตว์มักจะเป็นโรคหัวใจและเส้นเลือดอุดตัน กันมาก

3. คลอโรฟิลล์ จากต้นอัลฟัลฟ่าดียังไง
คลอโรฟิลล์ คือ สารที่เป็นรงควัตถุสีเขียว ที่มีอยู่ในพืชทั่วไปแต่สำหรับต้นอัลฟัลฟาจะมีคอลโรฟิลล์ปริมาณที่สูงกว่า พืชชนิดอื่น ๆ หลายเท่าตัวซึ่งอุดมด้วยโภชนาการ ได้วิเคราะห์แล้วพืชอาหารแทบทุกชนิดมากกว่า 6,000 ชนิด รวมถึงสมุนไพรต่าง ๆ จากเมล็ด ใบ ต้น ของพืชเหล่านั้นในที่สุดก็พบว่า ต้นอัลฟัลฟ่า นั้นคือ พืชอาหารในฝัน เป็นพืชตะกูลถั่ว

Photo of alfalfa sprouts.

4. คลอโรฟิลล์ดีต่อร่างกายมนุษย์อย่างไร
คลอโรฟิลล์เป็นอะตอมของธาตุแมกนีเซียม ส่วนของฮีโมโกลบิลเป็นอะตอมของธาตุเหล็กซึ่งมีหน้าที่จับออกซิเจนเพื่อพาไป เลี้ยงเนื้อเยื่อหรือเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายเพื่อสร้างพลังงานเพราะว่าปกติร่างกายมนุษย์เม็ดเลือดจะถูกทำลาย ตลอดเวลาประมาณ 2 – 2.5 ล้านเซลล์ต่อวัน คลอโรฟิลล์จะช่วยชำระล้าง ขจัดสารพิษและสิ่งสกปรกออกจากร่างกาย รักษาสมดุล บำรุงรักษา คือเสริมบำรุงสุขภาพของเราให้ดีขึ้น ดังคำกล่าวที่ว่า “ เลือดพืชมีสีเขียว เลือดมนุษย์มีสีแดง มนุษย์จะมีสุขภาพที่ดีได้เลือดจะต้องไม่มีสารพิษ จงล้างสารพิษด้วยสีเขียว”

5. ผู้ที่ได้รับประโยชน์จาก คลอโรฟิลล์ บริสุทธิ์ 100 %

  •  ผู้ที่มีอาการอ่อนเพลียอยู่เสมอ เหนื่อยง่าย ผอมซูบซีด ปากเขียวคล้ำ
  • ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยระยะพักฟื้นหลังผ่าตัดที่มีการสูญเสียเลือดมาก สตรีหลังมีประจำเดือน
  • ผู้ที่ต้องการกำลังงานจากก๊าชออกซิเจนมาก เช่น นักกีฬา หรือผู้ออกกำลังกาย
  •  ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อภาวะผิดปกติจากการเสื่อมของร่างกาย
  • ผู้ที่ต้องการป้องกันภาวะความเสี่ยงต่อโรคต่าง ๆ หรือการขับสารพิษที่คาดว่าจะมีการสะสมในร่างกาย
  • ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบความดันโลหิตสูง  ไขมันในเส้นเลือดสูง เส้นเลือดตีบ
  • ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับความดันต่ำ หน้ามืดบ่อย อึดอัดหน้าอก หายใจไม่เต็มอิ่ม ใจสั่น
  • ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบเลือด เช่น เกล็ดเลือดต่ำ เลือดจาง ปรับสมดุลของเลือด ล้างสารพิษ
  • ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบน้ำตาลในในเลือดสูง สำหรับกรณีผู้ป่วย ผู้ป่วยที่เป็นเบาหวาน
  • มีอาการปวดข้อ ปวดเมื่อยตามตัว
  • ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับท้องผูกและระบบขับถ่าย
  • ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับอาการปวดท้องเนื่องจากโรคกระเพาะมีลมในกระเพาะ สภาวะกรดไหลย้อน

Untitled-4

6.  คลอโรฟิลล์ทำให้ ผิวดีจริงหรือ
เมื่อเลือดในร่างกายดีขึ้นก็จะส่งผลต่อระบบต่าง ๆ ของร่างกาย จึงทำให้ผิวพรรณดีขึ้น ดังนั้นเรามักเห็นผู้คนหรือว่าดาราหันมาดื่มน้ำคลอโรฟิลล์ หรือน้ำสีเขียวเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากทุกคนต้องการเก็บรักษาผิวพรรณเยาว์วัยของตนเอง ผิวพรรณสดใส ให้ทำให้จิตใจสดชื่นด้วยแลดูอ่อนวัยอยู่เสมอ

7.  คลอโรฟิลล์ถ้าดื่มติดกันเป็นเวลานาน ๆ มีโทษหรือไม่
จากการทดสอบพบว่า ไม่มีสารอันตรายในน้ำดื่มคลอโรฟิลล์ซึ่งไม่มีโทษต่อร่างกายหรือผู้บริโภคแต่ ประการใด และการที่ผู้ใช้ ใช้บริโภคเป็นเวลานาน ๆ ก็ไม่เคยเห็นใครเป็นอะไร แต่กลับมีผลตรงกันข้ามกลับทำให้ร่างกายของเราดีขึ้นอย่างไม่หน้าเชื่อ

chloro

8. คลอโรฟิลล์รักษาโรคได้หรือไม่
คลอโรฟิลล์ไม่ใช้ยารักษาโรคแต่ทางการแพทย์ให้ คลอโรฟิลล์เป็นเหมือนตัวยาชนิดหนึ่งที่สามารถบรรเทาอาการเจ็บป่วยของโรคต่าง ๆ ได้เพราะคนไทยส่วนใหญ่ก็นิยมหันมาบริโภคคลอโรฟิลล์แทนยารักษาโรคเพื่อทดแทน การบริโภคสารอาหารจากพืชผัก ซึ่งตรงกับปรัชญาของ ศาสตราจารย์ เอห์เรต ที่ว่า  “ธรรมชาติอย่างเดียวเท่านั้น เป็นยารักษาโรคได้  ”

9.  ถ้าดื่มคลอโรฟิลล์แล้วทำไมร่างกายถึงป่วยหนักขึ้น
อาการที่เกิดขึ้นเป็นปฎิกิริยาตอบรับของร่างกายเพื่อปรับสภาพกับคลอโรฟิลล์ ที่ดื่มเข้าไปเกิดขึ้นพร้อมกัน เช่น เจ็บปวดในส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ทุกข์ทรมานมากกว่าเดิมซึ่งเป็นในลักษณะปฎิกิริยาในการโต้ตอบบำบัด หลังจากดื่มไปได้ซักระยะหนึ่งอาการเหล่านั้นก็จะบรรเทาลงแล้วค่อย ๆ หายไป และสุขภาพก็จะเริ่มดีขึ้นและแข็งแรงขึ้น

10.  เราควรดื่มต่อไปหรือไม่
เมื่อร่างกายของเราแข็งแรงดีแล็ก็สามารถหยุดดื่มได้ แต่ท่านต้องไม่ได้รับสารพิษกลับมาสู่ร่างกายของท่านอีก และควรหลีกเลี่ยงสารเคมีตกค้างในอาหารรวมถึงอ๊อกซิเจนในอากาศเสียที่มีแต่ มลพิษ

  • เนื้อวัวที่เกิดจากการเลี้ยงโดยใช้ สารดีอีเอส ซึ่งเป็นตัวก่อมะเร็ง
  •  เนื้อหมูที่เกิดจากการเลี้ยงโดยใช้ เลนดอน ซัลบูทามอล
  • เนื้อไก่ที่เกิดจากการเลี้ยงโดยใช้ฮอร์โมนฝังในหัวไก่
  • ไม่ควรบริโภคเนื้อสัตว์ที่ใส่สารฟอร์มาลีน
  • ไม่ควรบริโภคผักที่ปลูกโดยใช้ยาฆ่าแมลง
  • งดการใช้ผงชูรสในการปรุงอาหาร
  • งดการดื่มน้ำอัดลม น้ำตาลทรายขาวที่ผสมผงฟอกขาว ไม่ใช้ยาปฎิติชีวนะโดยไม่จำเป็น

ถ้าท่านยังไม่งดการบริโภคดังที่กล่าวมาข้างต้น
ท่านก็จะกลับไปเจ็บป่วยเนื่องจากการทรุดโทรมของร่างกายอีกครั้ง

ทำไมเราจึงป่วย?

ทำไมเราจึงป่วย?

head1
สาเหตุที่เราป่วยก็คือ “ออกซิเจนไม่บริสุทธิ์” ถ้าเราทำเซลล์ให้บริสุทธิ ก็คือ ออกซิเจนบริสุทธิ์ แล้วเราก็จะไม่ป่วยเลย ออกซิเจนบริสุทธิ์ก็มาจากร่างกายคนเรา ที่มีออกซิเจนอยู่ถึง 65% ถ้าเราหายใจเอาก๊าชออกซิเจนเข้าไปในร่างกายแต่ใน อากาศเป็นพิษ  ออกซิเจนจากอากาศไม่บริสุทธิ์ก็จะสามารถเข้าสู่ร่างกายของเราได้ และอีกอย่างหนึ่งคือการบริโภคอาหาร  เมื่อซิมอาหารเข้าไปในเส้นเลือดออกซิเจนที่ ไม่บริสุทธิ์ซึ่งอยู่ในอาหารก็ จะเข้าสู่เซลล์ของร่างกายเรา จึงทำให้เราป่วย เพราะ อาหารไม่บริสุทธิ์

คลอโรฟิลล์ช่วยคุณได้อย่างไร

คลอโรฟิลล์ช่วยคุณได้อย่างไร

o8lucvts

จากประสบการณ์ของผู้ใช้ ผู้บริโภคจากทั่วโลก ได้ข้อสรุปที่น่าสนใจของคลอโรฟิลล์ดังนี้

  •     ทำให้ร่างกายสดชื่น  หายเหนื่อยจากการอ่อนเพลีย
  •     ลดความดันโลหิต ลดปัญหาเส้นเลือดหัวใจตีบ
  •     ปรับระดับน้ำตาลสำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน
  •     ทำให้อาการของคนที่เป็นโรคภูมแพ้ แพ้อากาศ ผื่นลมพิษ ทุเลาลง
  •     ขับกรดจากข้อต่อต่าง ๆ ทำให้อาการปวดข้อ ปวดเมื่อยตามตัวทุเลาลง
  •     ขับสารพิษออกจากร่างกาย สารตกค้างของยาปฎิชีวนะ สารเคมีตกค้างในอาหาร ทำให้ร่างกายมีภูมิต้านทานดี สุขภาพแข็งแรง สดชื่นขึ้น
  •     เพิ่มประสิทธิภาพเม็ดเลือดแดงและเซลล์เม็ดเลือดแดง
  •     ทำให้ระเบบเลือดไหลเวียนดีขึ้น
  •     ป้องกันการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง
  •     ช่วยดับกลิ่นตัว กลิ่นปาก กลิ่นเท้า
  •     บรรเทาอาการชา บวมและเส้นเลือดขอดให้ทุเลาลงได้
  •     บรรเทาอาการปวดศรีษะทั่วไป และปวดศรีษะไมเกรนได้
  •     แก้ปัญหาสิวผ้า ปวดประจำเดือน ประจำเดือนมาไม่ปกติ
  •     ข้อมูลข้างต้นเรียบเรียงจาก หนงสือและข้อเขียนของ
  •     ดร.ฮาวเวิร์ด  ไปเปอร์ (DR.HOWARD PEIPER)
คลอโรฟิลล์จากต้นอัลฟัลฟ่า

คลอโรฟิลล์จากต้นอัลฟัลฟ่า

คือ การสกัดและวิเคราะห์ “คลอโรฟิลล์” จากพืชกว่า 6,000 ชนิด พบว่าพืชที่ให้ “คลอโรฟิลล์ “ ที่บริสุทธิ์และดีที่สุดคือ อัลฟัลฟ่า ( ALFALFA)  หรือราชาแห่งอาหารทั้งมวล ประโยชน์ของอัลฟัลฟ่า สามารถใช้บำบัดอาการปวดบวมและอักเสบต่าง ๆ เช่น ปวดข้อ จนกระทั่งถึงความผิดปกติในระบบทางเดินอาหาร สามารถช่วยให้เลือดสะอาดขึ้น อัลฟัลฟ่า เป็นพืชที่ให้กรดอะมิโนที่จำเป็นถึง 8 ชนิด ซึ่งได้แก่ กรดอะมิโนไอโซลิวซีน , ลิวซีน , ไลซีน , เมไธโอนีน, พีนิลอะลานีน เทรโอนีน,ทริปโตฟานและวาลีน กรดอะมิโนเหล่านี้ร่างกายสร้างเองไม่ได้ แต่จำเป็นต้องมีไว้เพื่อใช้ประโยชน์ในการสร้างเซลล์ใหม่ในอัลฟัลฟ่ายังมี วิตามินเอ,บี6, บี12,ดี,อีและเค รวมทั้งเกลือแร่ เช่น ฟอสฟอรัส ,โปรแตสเซียม , แคลเซียม, สังกะสี,เซเลเนียม และ แมกนีเซียม เป็นต้นต้นอ่อนอัลฟาฟ่า

ต้นอัลฟาฟ่าเขียวกำลังดี